การเดินทางที่แสนพิเศษ9
การเดินทางที่แสนพิเศษ8
การเดินทางที่แสนพิเศษ7
การเดินทางที่แสนพิเศษ6
การเดินทางที่แสนพิเศษ5
การเดินทางที่แสนพิเศษ4
การเดินทางที่แสนพิเศษ3
การเดินทางที่แสนพิเศษ2
การเดินทางที่แสนพิเศษ1
...กรูจะ เอ๋อ ไปถึงไหนฟร่ะ...
“สัมมนา พัทยา ฮาเฮ”
ไปถอย D90 มาเรียบร้อย
...เบื่อ...
....หมดรมณ์....
หัวหน้า..จะหาแฟนหัย?
ตื่นสาย..มาม่า..รีดผ้า..พลาดวาวี
รักแบบไหน?
เบื่อ+เหงา
...วัน ดีดี...
-จดหมายที่ไม่ได้ส่ง-
...ไร้จุดหมาย....
แก่งกระจาน..เปลี่ยนไป?
บร้า...แระ
ขี้เกียจอัพไดฯ อีกแระ
ไม่มีรมณ์...อัพไดฯ
…น้ำเต็มแก้ว...
บาด..ที่ใจ / เสรือก..อะไร / นอยด์โดมิโน
ฟ้าฝน...ไม่เป็นใจ
วันสำคัญ
เจ้าชายนิทรา
ชีวิตแบบไหนที่ต้องการ?
ก้อแค่ความฝัน
ไร้ซึ่งความรัก..ไร้ซึ่งความรู้สึก..ไร้ซึ่งกาลเวลา
ความงาม..ที่มองข้าม
"ผี" ห้องนอน..บรื๋อ
คืนนี้...(เหงา) ที่เดิม




รักแบบไหน?

ตื่นเกือบเที่ยง อาบน้ำแต่งตัว กะว่าจะไปหาไรกินที่แม๊ค คาเฟ่ ซะหน่อย พอลงมาข้างล่างแม่เรียกกินบะหมี่หมูแดง...เรยโซ้ยไปห่อนึง ...กินไป แม่ก้อเอาเสื้อมาอวด...เป็นเสื้อคลุมกันหนาว 2 ตัว...อ๊ะอินเทรนจริงๆ แม่เรา... เราเรยช่วยออกตังค์หัยตัวนึง... รับพรจากแม่ไปตามระเบียบ ^^ พออิ่มก้อขับรถออกไปร้านแม็คฯ สั่งเฟร็นฟราย กับโค้ก มานั่งกิน...นั่งอ่านหนังสือ Trip +ฟังเพลง.... อากาศช่างเย็นสบายอารายเช่นนี้...พออ่านจบก้อขับรถกลับบ้าน เปิดเนต จองหนังที่พารารากอน “2012” ต้องไปดูหัยได้ ^^ นี่จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไปดูหนังในโรงคนเดียว....เห้อ...ตื่นเต้นๆ ได้รอบ 19.45 น. เอาละพร้อมแระ

 

ตอนเย็นขับรถไปวน ซ.อารีย์ 2 รอบ ...พอได้ที่จอดก้อขึ้นรถไฟฟ้าดิ่งตรงไปพารากอน...พอประตูรถไฟฟ้าเปิด...หูย คนมหาศาล... เราไม่ได้มาตั้งนานแระ...ไม่นึกว่าคนจะเยอะขนาดนี้ แถบไหลกันไปเรยทีเดียว เข้าห้างมาได้ ก้อขึ้นบันไดเลื่อนไปโรงหนัง...เห็นคนต่อแถวยาวเหยียด ดีนะ..ที่เราจองผ่านเนตมาก่อน เรยเข้าช่อง VIP … 555 มีคนยืนรออยู่แร้วแค่คนเดียวเอง.... รู้สึกได้ถึงสายตาอีกหลายๆ คู่ที่มองเรา...อิจฉา ใช่ม๊ายล่ะ...555 สม...อยากไม่หัดจองก่อน ก้อยืนรอกันไป แต่รอกันเป็นคู่ๆ .... เห้ออิจฉาเว้ย......เราดิ...มาคนเดียว...พอเข้าโรงนั่งตรงกลาง มีคู่ซ้าย และ คู่ขวาประกบ...เห้อ อิจฉา .... แต่ก้อดีอย่างได้ตั้งใจดูหนังแบบมีสมาธิมากเรย ^^

 

พอหนังจบก้อห้าทุ่มแระ...รอเค้าออกๆ กันหัยหมดก่อน ค่อยออก...ขี้เกียจไปเบียดเสียด... ออกมานอกห้างได้...หูย...ลมหนาวได้จัย...เย็นยะเยือก...นั่งรถไฟฟ้ามาลงซ.อารีย์ แวะกินข้าวมันไก่ปากซอย ...กินไป หนาวไป...บรื๋อ...อิ่มแร้วก้อเดินย้อนไปซื้อเมนทอสที่เซเว่น...พอยืนหน้าเค้าท์เตอร์จะจ่ายตังค์ พนักงานผู้หญิง 2 คนแมร่งยืนคุยหัวเราะกันคิกคักกับเพื่อนอีกคน...ไม่สนใจลูกค้า (กรู) เร้ย...เชรี่ย จิงๆ ยื่นรออยู่นานจนทนไม่ไหวเรยเอาเมนทอสเคาะไปดังๆ ที่เค้าท์เตอร์ มันก้อม่ะหันมาอีก...เรยพูดว่า...จะคิดเงินมั้ยน้อง...คราวเน้แมร่งหันหน้ามามองยังกะจะกินเลือดกินเนื้อ ประมาณว่าไปขัดจังหวะมันเม้าท์กันอยู่....แร้วมานก้อหยิบของไปแสกน...แร้วก้อเริ่มท่องบทสวด...฿*&%$@ ...จบด้วย “ขอบคุณค่าโอกาสหน้าเชิญใหม่” ... คือตั้งแต่เริ่มท่องจนจบเนี่ยไม่ได้เงยมามองหน้ากรูเร้ย ....สักแต่ท่องจริงๆ ....รมณ์เสีย ... ซีพี นี่ หัดอบรมพนักงานหน่อยนะ.... ดีนะกรูไม่ต้องยกมือไหว้ขอหัยมันคิดตังค์เนี่ย...

 

กลับมาที่รถ ... ยังไม่อยากเข้าบ้านเรย...ไปขับรถเล่นดีกว่า....วันนี้ไปใกล้ๆ ละกัน...ดอนเมือง...วิ่งวิภาวดี...ลมเย็นๆ ...ไม่เย็นดิ....หนาวเรย... อากาศหนาวแร้ว...เย้....เตรียมตัวขึ้นเหนือแระ....ปีนี้คงเป็นปีแรกที่จะขับรถเที่ยวขึ้นเหนือคนเดียว...  ตื่นเต้นๆ ^^  ขับไปก้อคิดโน่นนี่นั่งไปเรื่อยเปื่อย....ทำไมนะ...คนส่วนใหญ่มัวแต่หมกมุ่นกับความรัก ... (ไม่เว้นแม้กระทั่งเรา).. แต่วันนี้ถ้าหันกลับไปมอง “ความรัก” ที่ผ่านมา.... ความรักในแบบของเรา  การ อกหัก ....ถือว่าเจ็บปวดน้อยที่สุดแล้ว... เห้อ...เราช่างโชคดีจัง ลองคิดเล่นๆ ดูซิ ว่าความรักแบบไหนที่จะเจ็บน้อยที่สุดนะ ....

 

1. เลิกรัก – อกหัก : คนสองคนรักรัก...เดินทางใช้เวลามาด้วยกัน...ต่างใช้เวลาที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน .... จนถ้ามาถึงวันนึงที่ต้องแยกกัน หรือ หมดรักกัน...อย่ามัวคิดหาเหตุผลการหมดรักกันอยู่เรย...เพราะจะมีเหตุผลเป็นร้อยเป็นพันที่จะใช้อ้าง ไม่จากฝ่ายใดก้อฝ่ายหนึ่ง...ที่ทำได้ คือ....ทำใจยอมรับมัน .... อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา... ตามหลักศาสนาพุทธ....(เจ็บจิ๊ดๆ : เพราะได้เวลาทบทวนชีวิตของตัวเองที่ผ่านมา อย่ากระวนกระวาน กระเสือกกระสน ที่จะหารักใหม่...แต่จงอยู่อย่างสงบ...ใช้ชีวิตในแบบของเรา ได้เวลาการใช้ชีวิตในแบบเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดแร้ว...และรอคอยใครซักคน... ที่มองเห็นความเป็นตัวเราอย่างแท้จริง)

 

2. แอบรัก : รักแร้วไม่พูด ไม่กล้าพูด จุกอยู่ที่อก รักที่มีความกลัวมาบดบัง....กลัวถ้าพูดไปแร้วเค้าจะไม่รักตอบ (ถ้ากลัวว่าเค้าจะรักตอบก้อคงพูดไปนานแร้ว)  เรยต้องทนทรมานเก็บความรักนั้นไว้ในใจ ขอเพียงแค่ให้ได้อยู่ใกล้ๆ คนที่เรารักก้อพอ แต่ถ้าวันนึงเค้าไปรักกับคนอื่น เราก้อจะยิ่งทรมานเป็นสิบเท่า.... ยิ่งถ้ามารู้ทีหลังว่า เมื่อก่อนเค้าก้อเคยแอบรักเราด้วย..แต่นึกว่าเราไม่รักเค้า...เค้าจึงไปหารักอื่น...อันนี้ก้อจะยิ่งทรมานเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นร้อยเท่า......(เจ็บน้อย : อย่างน้อยก้อยังได้พูด ได้คุย ได้อยู่ใกล้ๆ คนที่เรารัก..จนกว่าจะถึงวันที่เค้าจะไปรักคนอื่น)

 

3. รักข้ามขอบฟ้า : รักกันมากมาย....แต่ฟ้าลิขิตให้ต้องไกลกัน...อยู่กันคนละที่...เจอกันหรือพูดคุยกันแต่ละทีแสนลำบาก .. ใช้เดือนดาวเป็นสื่อแทนใจ ....  เหมาะกับการพิสูจน์ความหนักแน่นความมั่นคงในรัก... ถึงแม้จะพิสูจน์ได้ว่า รักมั่นคง...แต่ก้อต้องทนทรมาน ที่ไม่ได้อยู่ใกล้คนที่เรารัก.... ยิ่งถ้าคนที่ไม่มั่งคงด้วยละก้อ..ยิ่งเหมือนระเบิดเวลาที่รอเวลา...บอกเลิก (เจ็บน้อยๆ ทรมานนิดๆ : เพราะต่างฝ่ายต่างรักกัน...แต่ไม่ได้อยู่ใกล้กัน....ความคิดถึงจะปั่นป่วนในหัวใจ...ทำให้ต้องทรมาน)

 

4. รักที่ไม่มีวันเป็นจริง : เพราะเกิดจากความต่าง ... ในเรื่องต่างๆ กัน เช่น ฐานะ, สภาพแวดล้อม, ครอบครัว, ระดับความรัก/ไม่รัก, ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล จะออกมาในบทสรุปของ... “ความไม่เหมาะสมกัน” หรือ “เข้ากันไม่ได้” ถึงแม้บางทีอาจจะรักกัน...แต่รู้ทั้งรู้ว่าถ้ารักกันต่อไปก้อไปไม่รอด ไม่มีอนาคต ...ถึงตอนนี้ยังรักกัน...แต่ซักวันก้อต้องเลิกกัน... (เจ็บ..อิ้งๆ : และจะเจ็บมากขึ้นหากถูกอีกฝ่ายเป็นคนพูดก่อน... เป็นรักที่รอระเบิดเวลาเหมือนรักแบบที่ 2 แต่หนทางความรักยังยาวไกล อาจใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ เยียวยา ความคิดได้)

 

5. รักพัดพราก : รักที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ แต่ต้องมีเหตุที่ให้พัดพรากกัน...อาจด้วยกรรมแต่ชาติปางก่อน ส่วนใหญ่จะพัดพรากกันไป แร้วไม่มีวันกลับ.... ช่วงเวลาที่ต้องพัดพรากจะเกิดได้ในหลายๆช่วงของความรัก (แร้วแต่บาปกรรม)... ตอนเพิ่งเริ่มรัก....รักกันมาซักพัก....กำลังจะแต่งงาน....เพิ่งแต่งงาน....ฯลฯ ความเจ็บปวดที่ได้รับ แตกต่างกันไป...แต่ทุกช่วง...ล้วนเจ็บปวดด้วยกันทั้งสิ้น....และลืมยาก...เพราะใจของแต่ละคนต่างฝากไว้ที่อีกคนนึงไปแล้ว (เจ็บปวดทรมานที่สุด ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป : คงต้องลดทอนกิเลสในใจ... ถ้าคิดว่าจะไม่ไหว...ลองไปบวช นั่งสมาธิ ถือศีลที่วัดดู...จะดีขึ้น...หากผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนี้ไปได้...ก้อคงพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่)

 

 

** รักเผื่อเลือก : มีรากฐานมาจากความไม่พอเป็นหลัก.... ไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่...คิดเปรียบเทียบของเดิมกับของใหม่อยู่ร่ำไป... บางทีของใหม่ก้อไม่ได้ดีไปกว่าของเดิม...แต่เพียงแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ... เหมือนคนเมืองไปเที่ยวต่างจังหวัด..คิดว่าตัวเองชอบที่นั่น ที่นี่...พอไปอยู่จริงนานๆ เข้าก้ออยู่ไม่ได้ ... ซมซานกลับเข้าเมืองเหมือนเดิม ... คบใครก้อคบไม่นาน...อาจคบทีละคน แต่บทสรุปก้อจะต้องเลิกเพื่อหาคนใหม่ต่อไป...(อันนี้ขอไม่จัดระดับ : เพราะมีผลต่างๆกัน ตามวัฐจักรความรัก ได้รัก...รักกัน...เลิกกัน...วัฐจักรแรกๆ อาจจะเจ็บมากหน่อย..แต่ทุกครั้งที่หมุนเปลี่ยนไป ความรักจะค่อยๆหมดลง....ความเจ็บก็จะเริ่มชินชา...เริ่มไม่มีความรู้สึก...ความรู้สึกว่ารักก็จะเริ่มหายไป....จนสุดท้ายจะไม่มีคนให้รักอีกต่อไป.....เหมือนตกนรกทั้งเป็น)

 

ปล.

- หมดแระคิดได้แค่นี้

- ในที่สุดวันนี้ก้อเป็นการตัดสินใจครั้งแรกในชีวิตที่ไปดูหนังคนเดียว …. ผ่านมาได้ด้วยดี.... ต่อไป คือ ขับรถทางไกลขึ้นเหนือซัก 5 วัน คนเดียว .... ลองดูซักตั้ง จะเป็นไงน๊า

     Share

<< เบื่อ+เหงาตื่นสาย..มาม่า..รีดผ้า..พลาดวาวี >>

Posted on Sun 22 Nov 2009 1:46

ยินดีกับพี่แฮมด้วย ที่วันนี้ยิ้มได้ เข้าใจอะไรๆอะไรมากขึ้น
อยู่คนเดียวก็มีความสุขได้ ... แล้วนุ่นจอลองไปดูหนังคนเดียวแบบพี่แฮมบ้างละกันนะคะ
วันนี้จะกินแมคบ้าง ... อยากกินเหมือนกันแฮะ

สุขสันต์วันอาทิตย์นะคะพี่แฮม
นู๋นุ่น   
Sun 22 Nov 2009 10:38 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh